center>




ขั้นตอน-กระบวนการในการสมัครงาน
    หลังจากที่ทราบถึงแหล่งงาน สามารถจำแนกทักษะความชำนาญ ความพอใจของตนเอง รวมทั้งงานที่เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ ของตนเองแล้วก็ถึงเวลาที่จะต้องออกไปสมัครงานได้ ซึ่งได้ปกติการสมัครงานจะมีกระบวนการ-ขั้นตอน ดังนี้

              1. การเตรียมตัวก่อนการสมัครงาน
              2. การออกใบสมัคร
              3. การเขียนประวัติย่อ (RESUME)
              4. การเขียนจดหมายสมัครงาน
              5. การสอบข้อเขียน หรือการทดสอบความสามารถ
              6. การสัมภาษณ์
              7. การติดตามผล
การเตรียมตัวก่อนการสมัครงาน
    ได้แก่ การเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมบุคลิกท่าทาง ตลอดจนเตรียมหลักฐานเอกสารต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ ในการสมัครงานไว้ให้พร้อม เช่น
              - บัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน ใบรับรองผลการศึกษา ประกาศนียบัตร ปริญญาบัตร ประวัติย่อ ซึ่งหลักฐานเหล่านี้ ควรมีการ ถ่ายเอกสาร เตรียมไว้เป็นชุด ๆ หลาย ๆ ชุด เพื่อพร้อมที่จะใช้ได้ทันที
              - รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว เขียนชื่อ-นามสกุล หลังรูป
              - จดหมายรับรองการฝึกงาน (ถ้าเคยฝึกงาน)
              - หนังสือรับรองการทำกิจกรรมนิสิต
              - ใบยกเว้นการรับราชการทหาร
              - เครื่องใช้ในการกรอกใบสมัคร
              - ปากกา (ดำหรือน้ำเงิน) ยางลบ ไม้บรรทัด
              - ชื่อที่อยู่ของผู้ที่เราจะอ้างอิงถึง (ขออนุญาตเสียก่อน)
              - เสื้อผ้าชุดที่เรียบร้อยที่สุดหรือชุดที่ทำให้เรามั่นใจมากที่สุด
              - ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท-หน่วยงานที่เราต้องการสมัคร รวมทั้งลักษณะงานในตำแหน่งที่สมัคร
การสอบข้อเขียน การทดสอบความสามารถ
    บริษัทหรือหน่วยงานบางแห่งอาจมีการสอบข้อเขียนหรือความสามารถของผู้สมัคร การทดสอบก่อนการสัมภาษณ์นี้ บางแห่งอาจเป็นการ ทดสอบเชาว์ปัญญา ความถนัด บุคลิกภาพ ทัศนคติ หรือการทดสอบ ความรู้เฉพาะสาขาวิชา รวมทั้งอาจมีการทดสอบทักษะต่าง ๆ เช่น ทักษะในการพิมพ์ดีหรือการใช้เครื่องคำนวณด้วยจำนวนครั้งของการสอบข้อเขียนและลักษณะของการทดสอบนั้น ข ึ้นอยู่กับความต้องการ ของบริษัท แต่โดยมากมักจะประกอบด้วยแบบทดสอบเชาว์หรือความถนัด 1 ชุด และทดสอบเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ ไม่เกิน หนึ่งหน้าตามหัวเรื่องที่กำหนดให้ บางบริษัทอาจจะแจ้งให้ผู้สมัครทราบล่วงหน้า และบางบริษัทก็จะมีการทดสอบในทันทีที่ยื่นใบสมัคร
     ดังนั้น ผู้สมัครจึงควรเตรียมตัวสำหรับทดสอบไว้บ้าง อย่างน้อยก็ควรจะได้มีการทบทวนความรู้ที่เรียนมาอย่างสม่ำเสมอสำหรับการเขียนเรียงความภาษาอังกฤษ หัวข้อที่อาจเตรียมตัวได้คือ หัวเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณเอง โดยเฉพาะในแง่ของความสัมพันธ์ ในครอบครัว ประวัติการทำงาน และจุดมุ่งหมายในชีวิตถ้าเป็นการทดสอบเชาว์ปัญญาหรือการทดสอบความถนัด ลักษณะของข้อสอบมักจะเป็นแบบปรนัยทั้งหมด และมีข้อสอบจำนวนมาก ในเวลาจำกัด จึงไม่ควรเสียเวลากับข้อใดข้อหนึ่งมากจนเกินไป แต่ควรพยายามระงับความตื่นเต้นเพื่อจะทำให้ได้มากที่สุด และถูกต้องที่สุด
แม้ว่าบางบริษัทอาจไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทดสอบเท่าไรนัก หรือบางบริษัทก็อาจไม่มีการทดสอบเลย แต่ผู้สมัครก็ควรมีการ เตรียมพร้อมสำหรับการทดสอบไว้บ้างเพื่อว่าถ้ามีการทดสอบอย่างกระทันหันก็จะสามารถทำให้ได้ดีตามสมควร
การสอบสัมภาษณ์

การหาความรู้เกี่ยวกับงาน

    ผู้สมัครต้องรู้สภาพของนายจ้างดีกว่าคนทั่ว ๆ ไปรู้ เช่น ขนาดของธุรกิจ จำนวนพนักงานและลูกจ้าง สาขา ประวัติความเป็นมาอย่างย่อ ๆ เขาทำกิจการอะไร เช่น สินค้า การบริหาร ตลาด คู่แข่งขัน โครงการสำคัญ ๆ ความสำเร็จ ต้องแน่ใจว่าข้อมูลที่เตรียมมานี้ ท่านได้ศึกษามาเป็นอย่างดี
วิธีหาความรู้ง่าย ๆ คือ หาเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาอ่าน ติดตามเรื่องของบริษัทที่ปรากฏในหนังสือพิมพ์ รายงานประจำปี ความเห็นของคนที่อยู่ในสาขางานนั้น ๆ รวมทั้งคู่แข่งด้วย และบรรดาสมาคมทางการค้าที่กิจการนั้นเป็นสมาชิก

การเตรียมพูดถึงความสามารถของผู้สมัคร

     เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดที่ผู้สมัครต้องทำ เพราะโอกาสมาถึงแล้วโปรดเตรียมดังนี้ ทำการ์ดขนาด 3" x 5" ด้านหนึ่งให้เขียนสิ่งที่ผู้สมัครต้องการให้นายจ้างรู้เกี่ยวกับตัวผู้สมัคร 5 อย่าง อีกด้านหนึ่งให้จดคำถามที่ผู้สมัครต้องการถามนายจ้างในระหว่างการสัมภาษณ์เอาไว้ 5 คำถาม ให้นำการ์ดนี้ติดตัวผู้สมัครตลอดเวลาที่รู้ว่าต้องเข้าสอบสัมภาษณ์ จะอีกนานหลายวันกว่าจะถึงวันสอบก็ต้องทำเอาไว้ให้พร้อม และซ้อมถาม ซ้อมตอบคำถามต่าง ๆ ทั้ง 10 ข้อนี้ให้คล่องแคล่ว ให้บิดามารดาหรือคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทฟังการถาม-ตอบ ของผู้สมัคร และแก้ไขตามที่เขาวิจารณ์
ในการตั้งคำถามผู้สัมภาษณ์ ให้หลีกเลี่ยงคำถามที่อาจทำให้เสียกำลังใจ เช่น การถามว่า มีสิ่งที่ผู้สัมภาษณ์ต้องการในตัวผู้สมัครบ้างหรือไม่ เป็นคำถามที่ดีแต่ระวังสิ่งเลวร้ายที่สุด ถ้าผู้สัมภาษณ์ตอบว่า "ไม่มี" ถ้าเป็นอย่างนั้นผู้สมัครต้องกลับมานั่งทบทวนโดยเร็ว

หัวข้อประเมินผู้เข้าสัมภาษณ์

อะเล็กซ์ โรเจอร์ ได้กล่าวถึงโครงสร้างของเนื้อหาปลีกย่อยอื่น ๆ ในการสอบสัมภาษณ์คนเข้าทำงานไว้ว่าควรครอลคลุม 7 ด้าน ดังนี้
              1. สุขภาพและสภาพร่างกาย
              2. ความสำเร็จที่ผ่านมา
              3. ความฉลาดในการคิดอ่าน และไหวพริบในการโต้ตอบ
              4. ความถนัด
              5. ความสนใจ
              6. กิจกรรมในยามว่าง
              7. เหตุการณ์สำคัญในชีวิต

การทำความคุ้นเคยสถานที่สัมภาษณ์

    เพื่อขจัดความกังวลเกี่ยวกับการเดินทางไปสอบสัมภาษณ์หลายคนนั่งรถเมล์ดูเส้นทาง และจับเวลา โดยเดินทางไปวันเดียวกับ
     วันที่สอบ เช่น สอบวันจันทร์ 9 โมงเช้า ก็ทดลองนั่งรถในวันจันทร์เวลาเดียวกัน ถ้าไม่แน่ใจว่าไปถูกก็โทรศัพท์สอบถาม คนที่ติดต่อผู้สมัครเข้าสัมภาษณ์ เพราะย่อมรู้เส้นทางดีที่สุด และอาจทำให้เขาสนใจในตัวผู้สมัครมากขึ้นด้วย
     หลายคนเตรียมตัวมากกว่าที่กล่าวถึงข้างต้น เช่น ไปยืนสังเกตการณ์ว่า เขาทงานอย่างไร เลิกงานตอนไหน ได้เห็นสิ่งแวดล้อม และบรรยากาศ เห็นการแต่งกาย เห็นใบหน้าของคนทำงานแต่ละคนว่ามีความสุขดีไหม กลับบ้านกันอย่างไร มีรถรับส่งหรือไม่ ฯลฯ

การปฏิบัติตัวหน้าห้องสอบ

การตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญ ต้องแน่ใจว่าท่านถึงห้องสอบทันเวลา หากมาให้ทันเวลาไม่ได้ให้โทรศัพท์แจ้งผู้สัมภาษณ์โดยด่วน อธิบายเพียงสั้น ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น จะสายไปนานเท่าไร ขณะที่ผู้สมัครนั่งคอยเจ้าหน้าที่เรียกตัวเข้าสอบ ให้มองดูรอบ ๆ ตัวอาจได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานได้มากขึ้น เช่น บรรยากาศในการทำงาน ระเบียบวินัย การประชาสัมพันธ์ เป็นต้น อย่าพยายามชวนเจ้าหน้าที่ หรือเลขานุการ หรือใครต่อใครในสำนักงานคุยนานเกินไป เขาอาจยุ่งไม่มีเวลาว่างและรู้สึกรำคาญ อย่าตื้อสอบถามเกี่ยวกับตัวผู้สัมภาษณ์ สงที่ผู้สมัครทำไปอาจถูกรายงาน ให้ผู้สัมภาษณ์ทราบ ควรสุภาพอ่อนน้อมต่อทุก ๆ คนที่พบปะ พนักงานท่าทางใจดีที่เจอในลิฟท์และช่วยกดลิฟท์ให้ท่านอาจเป็นประธานบริษัท แทนที่จะเป็นพนักงานประจำลิฟต์ก็ได้
    หากผู้สมัครสมัครงานทางจดหมาย ในวันนัดสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่อาจยื่นใบสมัครให้กรอกใหม่ กรณีเช่นนี้ ถ้าผู้สมัครได้เตรียมสาระสคัญที่ต้องกรอกใบสมัครเอาไว้ก่อนล่วงหน้าตามที่ได้ทำแบบฝึกหัดเอาไว้แล้ว จะทำให้ผู้สมัครกรอกได้ง่ายและไม่เสียเวลา และเป็นภาพที่ดีแก่ตัวผู้สมัครเองด้วย

ก่อนที่จะจบการสอบสัมภาษณ์

    ผู้สมัครสามารถจะแสดงออกถึงความรู้สึกบางอย่าง ในขณะที่ผู้สอบสัมภาษณ์กำลังจะแสดงสัญญาณบางอย่างออกมา....ที่มีความหมาย ถึงการสิ้นสุดการสอบสัมภาษณ์ได้ แต่ห้ามแสดงความรู้สึกในเชิงต่อต้านออกไป ผู้สมัครจะต้องมีเทคนิคและความรู้สึกที่ดี ในการรู้ถึงเวลาว่า การสอบสัมภาษณ์ได้หมดเวลาลงแล้ว ผู้สอบสัมภาษณ์อาจจะนัดหมายกำหนดการสอบสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่งก็ได้ อาจจะเป็นเวลาที่เกิดขึ้นมา ได้บ่อยครั้งในช่วงของเวลาที่ผู้สมัครกำลังสอบสัมภาษณ์อยู่ว่า ขั้นตอนต่อจากการสอบสัมภาษณ์ จะเป็นขั้นตอนอย่างไรและชั้นตอนต่อไปนั้น ผู้สมัครจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่ถ้าหากว่าผู้สอบสัมภาษณ์ไม่เคยกล่าวถึง สิ่งดังกล่าวนี้เลย จงใช้คำถามอย่างมีเทคนิคเพื่อจะได้ทราบ

การติดตามผล

    การกล่าวคำขอบคุณหรือส่งจดหมายขอบคุณหลังจากการสอบสัมภาษณ์ได้ผ่านพ้นไป จะต้องมีความมั่นใจว่าสิ่งที่ผู้สมัครจะกระทำนี้ เป็นสิ่งที่ถูกต้องด้วย จงขอบคุณผู้สอบสัมภาษณ์สำหรับการที่ได้พบปะกัน.... เพื่อเน้นจุดประสงค์หลักที่ผู้สมัคร ได้แสดงออก ไปในช่วงเวลาของการสัมภาษณ์...หรือเป็นการกล่าวถึงบางสิ่งบางอย่างที่ผู้สมัครได้ลืมกล่าวออกไปในช่วงเวลาของการสอบสัมภาษณ์ ที่สิ้นสุดลงไปแล้ว จีงกล่าวออกไปเถอะว่า ได้เกิดมีความรู้สึกประทับใจอย่างไรบ้างต่อบริษัทที่สมัครงานเอาไว้...ต่อผู้คนที่ได้พบเห็น... หรือแม้แต่ตำแหน่งงานต่าง ๆ ที่ผู้สอบสัมภาษณ์ได้เสนอให้พิจารณา...ผู้ซึ่งไม่ยอมเสียเวลา นอกเหนือจากจุดประสงค์ ต่อการแสดง ความขอบคุณเพื่อหวังจะได้งานทำแล้วนี้ มันยังจะเป็นการช่วยให้ผู้สมัครรู้จักฝึกฝนสร้างความดีและรู้จักการแสดงมรรยาท ต่อธุรกิจที่ผู้สมัครได้ทำขึ้นมา ในช่วงของการสอบสัมภาษณ์ซึ่งจะทำให้เกิดมีประสบการณ์หลาย ๆ อย่างเพิ่มขึ้นมาอีก

แหล่งข้อมูลในกาีรสมัครงาน
  • ศูนย์จัดหางาน(E-JOB CENTER) ในกรมการจัดหางาน
  • สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือสำนักงานจัดหางานกรุงเทพเขตพื้นที่ 1-10
  • ศูนย์ข่าวการสอบสำนักงาน ก.พ.
  • ศูนย์รวมข่าวสารการสอบของศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด
  • ป้ายประกาศของที่ว่าการอำเภอ / เทศบาล / อบต. หรือส่วนราชการอื่น
  • ประกาศตำปหน่งงาน หรือรับสมัครในหนังสือพิมพ์ นิตยสาร / หนังสือเพื่อการสมัครงาน / วิทยุ / โทรทัศน์
  • internet ของกรมการจัดหางาน www.dog.go.th / call center สายด่วน 1694
  • สอบถามจากญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง คนที่รู้จัก
  • ป้ายรับสมัครงานของสถานประกอบการ
  • ฝ่ายแนะแนวของสถาบันการศึกษา
  • งานวันนัดพบแรงงาน
  • สำนักงานจัดหางานภาคเอกชนที่ได้รับอนุญาติ